ประวัติความเป็นมาของการทำ Cross stitch

ครอสติชนั้นมีที่มาจากภาษาอังกฤษคือ Cross-Stitch ซึ่งจะเป็นลักษณะรูปแบบการปักด้ายเป็นรูปตัว X ไขว้กันอย่างประณีต เรียงไปในทิศทางเดียวกันอย่างสม่ำเสมอบนผืนผ้าลักษณะต่างๆ  โดยคนส่วนมากนิยมที่จะปักลงบนผ้าลินินเพราะมีเนื้อที่แข็งทำให้ปักออกมาแล้วสวยงาม หรือบางที่ก็มีการพิมพ์ลายลงที่ต้องการปักครอสติชลงไปบนเนื้อผ้า ทำให้ผู้ปักสามารถปักตามได้ง่าย

ต้นกำเนิดของการปักครอสติชเริ่มมาจากทางยุโรป โดยการเริ่มจากการเย็บต่อแผ่นหนังไว้ด้วยกันเป็นผืนขนาดใหญ่ด้วยวิธีการปักไขว้ซึ่งจะทำให้แผ่นสามารถยึดติดกันได้ดี หลังจากนั้นรูปแบบของการปักไขว้ก็ได้มีการพัฒนามาเรื่อยๆ จนถึงขั้นเป็นงานฝีมือที่มีความประณีตงดงามและละเอียดอ่อนซับซ้อนมากขึ้น มาในช่วงสิ้นสุดศตวรรษที่ 18 การปักครอสติชเริ่มมีอิทธิพลเพิ่มมากขึ้นเริ่มมีการปักที่เป็นลวดลายอย่าง นก ต้นไม้ ผีเสื้อ ผสมผสานเข้ากับตัวอักษรและตัวเลขที่ใช้สำหรับบันทึกเหตุการณ์สำคัญๆ ต่าง เช่น พิธีแต่งงาน การเข้ารับศีล

หลังจากที่ครอสติชได้รับความนิยมสูงสุดผู้คนจึงเริ่มเอางานปักครอสติชมาใช้ในการตกแต่งผนัง ทำเป็นการ์ดอวยพร ปลอกหมอน ผ้าคลุมเตียง ที่รองแก้ว และอื่นๆ  อีกมากมาย ต่อมาจึงได้มีการปรับเปลี่ยนให้การปักครอสติชมีความง่ายมากขึ้นเพื่อให้คนที่เพิ่งเริ่มหัดปักสามารถทำได้ด้วยการสร้างแบบลวดลายและแพทเทิร์นของการปักครอสติชขึ้น รวมทั้งมีการพัฒนาให้มาเป็นโปรแกรมในการสร้างลวดลายได้ตามความต้องการของผู้ปักด้วย

ส่วนด้ายที่นำมาใช้ในการปักครอสติชนั้นปัจจุบันจะนิยมใช้เป็นด้ายที่ทำมาจากผ้าคอตตอน มี 2 ยี่ห้อให้เลือก คือ ยี่ห้อ DMC และ ยี่ห้อ Anchor ทั้งสองยี่ห้อนี้ก็มีประวัติความเป็นมาเก่าแก่มีการผลิตมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปีค.ศ.1800 แต่ไม่ใช่มีแต่ด้ายคอตตอนเท่านั้นที่นำมาปักได้ ยังมีไหมและเรยอนที่นิยมนำมาใช้ปักด้วยเช่นกัน ซึ่งสีสันที่ได้ของด้ายที่ใช้ปักก็จะมีความแตกต่างกันและมีความหลากหลายของสีสัน จึงส่งผลทำให้ภาพและลวดลายของผ้าครอสติชแต่ละผืนมีความงดงามเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง

ถึงแม้ว่าปัจจุบันกระแสความนิยมในการปักครอสติชจะเริ่มแผ่วลงไปบ้าง แต่ก็ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ชื่นชอบงานปักลักษณะนี้อยู่ จะเห็นได้ว่ามีการเปิดคลาสเรียนการปักครอสติชและก็มีผู้สนใจเข้าเรียนอยู่พอสมควร เพราะนอกจากจะได้งานฝีมือที่สวยงามแล้วยังช่วยฝึกสมาธิและสายตาให้กับผู้ที่ปักครอสติช บางคนยังใช้เป็นรายได้เสริมอีกต่างหาก

Posted by / July 18, 2017
Posted in
Blog